ทำไมต้องปิดบัตรเครดิตด้วยวิธีการรวมหนี้เป็นก้อนเดียว สินเชื่อรีไฟแนนซ์เพื่อปิดหนี้บัตรเครดิตจำเป็นแค่ไหน

การมีคุณภาพชีวิตที่ดีเป็นสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝันถึง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ชีวิต อาหารการกิน ที่พักอาศัย ไปจนถึงสภาพจิตใจในแต่ละวัน ซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเรามีสภาพจิตใจที่ดี ไม่เครียดและมีอิสระทางการเงินรวมถึงการบริหารเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีสภาพคล่อง แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ค่าครองชีพสูงแต่รายรับกลับไม่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้ผู้มีรายได้น้อยและมนุษย์เงินเดือนหลายคน ไปจนถึงผู้ที่ประกอบกิจการส่วนตัวได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า การเลือกใช้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดจึงกลายมาเป็นทางออกเพื่อหมุนเงินในแต่ละเดือนจนบางครั้ง เมื่อเราใช้จ่ายเพลินจนลืมคิดถึงตอนจ่ายหนี้ ทำให้หนี้เริ่มพอกพูนขึ้นโดยไม่รู้ตัว

การใช้จ่ายจนเป็นหนี้บัตรเครดิตในช่วงแรกอาจทำให้หลายคนมองว่า เป็นหนี้แค่เล็กน้อยเพราะแต่ละเดือนเราสามารถชำระคืนตามจำนวนขั้นต่ำที่ทางธนาคารกำหนดไว้ได้ เลยคิดว่าผ่อนจ่ายได้สบายๆ จนบางครั้งเราลืมคิดไปว่าดอกเบี้ยที่เราใช้จ่ายไปนั้นทบต้นทบดอกมากขึ้นในแต่ละวัน นอกจากนี้ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงถึง 24-28% ต่อปี ทำให้หนี้ของเรากลายเป็นเงินก้อนใหญ่อย่างที่เราก็ไม่รู้ตัว โดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิตที่จะเริ่มคิดดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันแรกที่เราใช้วงเงินในบัตรเครดิตและมียอดการค้างชำระ การจ่ายแค่ขั้นต่ำในวันนี้จึงเป็นเหมือนการสร้างหนี้ก้อนใหญ่ในอนาคตหากเราไม่คิดจะจัดการเคลียร์หนี้สินและบริหารจัดการหนี้บัตรเครดิตเหล่านี้อย่างจริงจัง

ซึ่งตัวเลือกที่ดีที่สุดในการเคลียร์หนี้บัตรเครดิตก็คือ การหาทางชำระหนี้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดให้หมดภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งก็มีทางเลือกที่น่าสนใจและได้รับคาวมนิยมจากผู้ที่เริ่มเป็นหนี้บัตรหลายคน นั่นก็คือ “การรวมหนี้” หรือการรวมหนี้เป็นก้อนเดียวนั่นเองครับ ซึ่งวิธีนี้นั้นจะมีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่มีความตั้งใจในการปิดหนี้บัตรทั้งหมด มีกี่ใบก็ทำการรวมเป็นก้อนเดียว

แต่การรวมหนี้เป็นก้อนเดียวก็อาจมีคนสงสัยและยังคงตั้งคำถามอยู่ว่า การรวมหนี้ที่ว่านี้คืออะไร เราสามารถทำได้หรือไม่ แล้วเมื่อทำการรวมหนี้แล้วจะมีข้อดีหรือข้อเสียมากกว่ากัน วันนี้เราจะลองไปดูกันครับว่าทำไมเราควรปิดยอดหนี้บัตรเครดิตด้วยวิธีการรวมหนี้เป็นก้อนเดียว

การรวมหนี้บัตรเครดิตเป็นก้อนเดียวคืออะไร?

การรวมหนี้บัตรเครดิต หรือ การรวมหนี้เป็นก้อนเดียว คือ การที่เรานำหนี้บัตรเครดิตที่เรามีหลายๆ ใบมารวมไว้ในที่เดียว เพื่อชำระกับเจ้าหนี้แห่งเดียว เพื่อช่วยลดดอกเบี้ยที่เราต้องจ่ายในแต่ละใบต่อเดือนลงมาให้เหลือแค่ดอกเบี้ยในที่เดียว เป็นการช่วยลดภาระการจ่ายหนี้และการแบกรับภาระดอกเบี้ยจากบัตรเครดิตหลายๆ ใบซึ่งสามารถทำได้หลายวิธีครับ

ตัวอย่างการรวมหนี้เป็นก้อนเดียว

สมมุติว่าเรามีหนี้บัตรเครดิตทั้งหมด 6 ใบ ซึ่งผ่อนจ่ายมานานแต่ก็ยังปิดยอดแต่ละใบไม่หมดสักที เราจึงตัดสินใจนำบ้านไปจำนอง จากนั้นจึงนำเงินที่ได้จากการจำนองมาใช้ปลดหนี้บัตรทั้งหมดแล้วจึงทำการผิดบัตรเครดิต จากนั้นจึงมาผ่อนชำระและจ่ายดอกเบี้ยให้กับธนาคารที่ให้จำนองบ้านเพียงที่เดียวแทนการใช้หนี้บัตรเครดิต

และจากตัวอย่างที่เรายกมาก็คือการนำเงินก้อนที่ได้จากการจำนองบ้านมาใช้ชำระหนี้บัตรเครดิตทุกใบ จากนั้นจึงทำการปิดบัตรและผ่อนชำระเงินและดอกเบี้ยเพื่อไถ่ถอนจำนองบ้าน เรียกได้ว่าเป็นการรวมหนี้บัตรเครดิตเป็นก้อนเดียววิธีหนึ่ง ซึ่งนอกจากนี้ก็ยังมีอีกวิธีที่ได้รับความนิยมเช่นกัน นั่นคือการรีไฟแนนซ์ซ฿งเราจะมาดูรายละเอียดกันในข้อต่อๆ ไปครับ

รวมหนี้แล้วดีจริงไหมการรวมหนี้เป็นก้อนเดียวมีผลกระทบอะไรบ้าง?

  • ก่อนการรวมหนี้ เราต้องจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยแยกไปตามแต่ละบัตรซึ่งโดยรวมแล้วอาจทำให้เรามีภาระการผ่อนจ่ายสูงกว่า และเงินต้นรวมถึงดอกเบี้ยก็ลดลงช้าจนกลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อทำการรวมหนี้เราก็มาผ่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเพียงที่เดียว
  • การรวมหนี้ช่วยทำให้เราสามารถรักษาเครดิตหรือประวัติทางการเงินไว้ได้
  • ลดความเครียดในการโดนทวงหนี้จากบัตรเครดิตหลายๆ เจ้า
  • เมื่อทำการปิดบัตรโดยวิธีรวมหนี้ ทำให้หนี้ก้อนนี้ของเราใหญ่มากและใช้เวลาผ่อนชำระนานขึ้น แต่ก็เนื่องมาจากการรวมหนี้บัตรหลายใบมาไว้เป็นก้อนเดียวนั่นเอง
  • การรวมหนี้เป็นก้อนเดียวก็มีการคิดดอกเบี้ยเช่นกัน ซึ่งแตกต่างกันออกไปตามวิธีที่เราเลือกใช้รวมหนี้

สนใจปิดบัตรเครดิตด้วยการรวมหนี้ต้องทำอย่างไรบ้าง?

ปิดบัตรเครดิตด้วยการรวมหนี้

การรวมหนี้เป็นก้อนเดียวสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต (การโอนหนี้) การกู้สินเชื่อมาปิดหนี้บัตร การจำนองบ้านหรือทรัพย์สินมีค่าเพื่อนำเงินมาปิดหนี้ เป็นต้น ซึ่งแต่ละวิธีนั้นเราสามารถสอบถามได้ที่ธนาคารที่เราสะดวกเพื่อถามเงื่อนไขและรายละเอียดได้

วิธีการขอกู้เงินเพื่อรีไฟแนนซ์ รวมหนี้ปิดบัตรเครดิต

 หนึ่งในวิธีการรวมหนี้และทางออกของการปิดบัตรเครดิตที่หลายคนนิยมก็คือการกู้เงินเพื่อรีไฟแนนซ์ ส่วนจะมีขั้นตอน การเตรียมพร้อมและวิธีการอย่างไร ลองมาดูกันครับ

1. เลือกกู้เงินปิดบัตรที่มีดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเดิม

แน่นอนว่าจุดประสงค์ของการกู้เงินเพื่อรวมหนี้นั้นก็เพื่อลดภาระในการจ่ายหนี้หลายที่ลงไป ซึ่งสิ่งสำคัญที่เราต้องคำนึงถึงก็คือ แหล่งเงินกู้ที่เราต้องการกู้เงินมารวมหนี้บัตรเครดิตเป็นก้อนเดียวนั้นต้องมีดอกเบี้ยถูกลงกว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิต เช่นถ้าบัตรเครดิตที่เราใช้มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 28 ต่อปี ดอกเบี้ยของสินเชื้อที่เราต้องการกู้ต้องมีอัตราต่ำกว่า เช่น ร้อยละ 25 หรือ ร้อยละ 20 ก็ถือว่าเป็นเกณฑ์ที่รับได้

2. สรุปยอดหนี้บัตรเครดิตทุกใบว่าเราเป็นหนี้รวมเท่าไร

การสรุปยอดหนี้รวมทั้งหมดของบัตรเครดิตทุกใบก็เพื่อเป็นการรวมหนี้ให้เป็นก้อนเดียวกัน เพื่อให้เราสะดวกต่อการบริหารจัดการหนี้และการยื่นขอกู้เงินให้ได้ตามจำนวนที่ต้องการ ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับอนุมัติเงินกู้ 100% แต่อย่างน้อยก็อาจจะได้ 80-90% จากยอดที่ขอกู้ไป

3. เตรียมพร้อมก่อนยื่นกู้สินเชื่อ

หลังจากสรุปยอดหนี้ทั้งหมดแล้วก็ถึงเวลาติดต่อธนาคารเพื่อแจ้งความประสงค์ยื่นกู้สินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ซึ่งจำนวนเงินที่ยื่นกู้ควรครอบคลุมยอดหนี้ทั้งหมด จากนั้นอย่าลืมเตรียมเอกสารหลักฐานและตรวจสอบคุณสมบัติการยื่นกู้ให้เรียบร้อยด้วยนะครับ นอกจากนี้สิ่งสำคัญก็คือ เราต้องมีวินัยในการใช้เงิน และไม่สร้างหนี้บัตรเครดิตใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาอีก

4. บริหารหนี้และวางแผนใช้หนี้

การรวมหนี้เป็นก้อนเดียวเป็นตัวช่วยชั้นดีที่ทำให้เราจ่ายหนี้ได้สะดวกขึ้น แต่ก็อย่าลืมประเมินกำลังของตัวเองด้วยว่า ในแต่ละเดือนเราสามารถผ่อนจ่ายยอดหนี้ก้อนใหญ่ก้อนเดียวของเราไหวหรือไม่ หากจ่ายมากๆ ในคราวเดียวไม่ไหวก็ควรเลือกการผ่อนชำระระยะยาวไปก่อน เมื่อเงินเดือนหรือรายรับมากขึ้นค่อยทำการขอเพิ่มอัตราการผ่อนชำระแต่ละเดือนครับ นอกจากนี้อย่าลืมท่องไว้เสมอว่าต้องใช้หนี้อย่างมีวินัยไม่ให้ขาดเพื่อรักษาเครดิตของเรา

5. ตรวจสอบเงื่อนไขการปิดบัตรเครดิต

หลังจากชำระหนี้บัตรเครดิตทั้งหมดแล้ว อย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขการปิดหนี้บัตรเครดิตด้วยนะครับ หลังจากปิดหนี้บัตรเรียบร้อยแล้วทางที่ดีเราก็ยกเลิกบัตรเครดิตไปเลย ถ้าคิดว่าตัวเองยังไม่มีวินัยทางการเงินมากพอ ซึ่งการปิดยอดหนี้นั้นไม่ยาก แต่การปิดบัตรเราอาจต้องเจอการตามตื๊อจากพนักงานมากกว่า จำไว้ว่าต้องใจแข็งและท่องเอาไว้ว่าบัตรใบไหนจำเป็นหรือไม่จำเป็น ซึ่งจากการใช้บัตรหลายๆ ใบเราอาจมีติดตัวไว้เผื่อฉุกเฉินแค่ 1 ใบก็พอโดยเลือกบัตรที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเราที่สุด

ข้อควรระวังและข้อสังเกตของการรวมหนี้เป็นก้อนเดียว

  • หากเราใช้วิธีกู้เงินเพื่อมาปิดหนี้บัตรเครดิต ต้องมั่นใจว่ายอดเงินที่ธนาคารอนุมัติสามารถปิดหนี้บัตรเครดิตได้ทั้งหมด เพราะถ้าไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่าหนี้เก่ายังเหลือ แถมยังมีหนี้ใหม่ก้อนใหญ่เพิ่มขึ้นมาอีก ซึ่งจะกลายเป็นการเพิ่มภาระโดยไม่จำเป็นนั่นเองครับ
  • พยายามหลีกเลี่ยงการกู้เงินเป็นกลุ่มหรือการค้ำประกันเงินกู้ให้คนอื่น เพราะเราต้องแบกรับความเสี่ยงกรณีคนที่กู้ร่วมหรือให้เราค้ำประกันหนีหนี้ เราต้องจ่ายหนี้แทนทั้งหมด ดังนั้นเลี่ยงไว้ก่อนจะดีกว่าครับ
  • การรวมหนี้บัตรเครดิตเป็นก้อนเดียวอาจมีข้อดีตรงที่เราลดภาระเรื่องดอกเบี้ยบัตรเครดิต และสามารถจัดระเบียบรวมถึงบริหารจัดการการชำระหนี้ได้ดีขึ้น คล่องตัวขึ้น แต่ข้อเสียก็คือหนี้ใหม่จะดูเป็นหนี้ที่ก้อนใหญ่มาก และต้องใช้เวลาผ่อนชำระระยะยาวครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับรายละเอียดการปิดบัตรเครดิตด้วยวิธีการรวมหนี้เป็นก้อนเดียวที่เรานำเสนอให้ทุกท่านได้อ่านกันในวันนี้ การที่เรามีบัตรหลายใบ มีหนี้หลายใบนั้นก็เป็นเหมือนภาระที่เพิ่มเข้ามาในชีวิตโดยไม่จำเป็น เพราะฉะนั้นทางที่ดีเราควรเลือกเก็บไว้เฉพาะบัตรที่จำเป็นกับชีวิตประจำวันของเรามากที่สุดหากเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องใช้บัตรเครดิตจริงๆ ส่วนบัตรใบอื่นก็ควรรวมหนี้ที่กระจัดกระจายอยู่หลายๆ ที่มาเป็นก้อนเดียวซึ่งสามารถทำได้หลายๆ วิธีตามความเหมาะสมและความพร้อมของเรา การรวมหนี้เป็นก้อนเดียวจะช่วยให้เราจัดระเบียบหนี้จากบัตรเครดิตได้ดีขึ้น ทำให้เราสามารถบริหารหนี้ก้อนใหญ่ได้โดยที่ไม่ต้องยุ่งยากจ่ายหนี้หลายๆ เจ้าในแต่ละเดือน นอกจากนี้ยังช่วยลดภาระเรื่องการชำระหนี้บัตรเครดิตลง เหมาะสำหรับคนที่อยากปิดยอดหนี้บัตรเครดิตเพื่อยกเลิกบัตร หรือเพื่อจัดระเบียบวินัยทางการเงินใหม่

แต่ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่สุดนอกจากการที่เราจะเลือกปิดหนี้บัตรเครดิตด้วยการรวมหนี้เป็นก้อนเดียว ก็คือวินัยทางการเงินที่ต้องมาควบคู่กัน เพื่อชำระหนี้ใหม่อย่างมีวินัย ตรงเวลา และเพื่อเป็นการรักษาประวัติที่ดีของเราสำหรับการทำธุรกรรมในอนาคต นอกจากนี้ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของเราให้ดีขึ้น ไม่ต้องวิ่งหัวปั่นหาเงินมาจ่ายหนี้บัตรเครดิตที่พอกสูงขึ้นในแต่ละเดือนด้วยนั่นเองครับ เพราะฉะนั้นใครที่เป็นหนี้บัตรเครดิตหลายๆ ใบ ก็อย่าลืมศึกษารายละเอยดและลองนำวิธีการปิดหนี้บัตรด้วยการรวมหนี้ไปใช้กันดูนะครับ

แนะนำเรื่องการปลดหนี้หรือวางแผนการเงิน