จะเช็คเครดิตบูโร ดูติดแบล็คลิสได้ที่ไหน จะสมัครบัตรเครดิต สินเชื่อ รีไฟแนนซ์ ต้องรู้

สำหรับคนที่เคยทำธุรกรรม หาสินเชื่อเงินสด หรือแม้แต่การสมัครบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดต่างๆ คงเคยได้ยินคำว่า “เครดิตบูโร” มาบ้างใช่ไหมครับ แต่คุณรู้ไหมว่า ถึงเครดิตบูโรจะเป็นที่รู้จักกันมากแค่ไหน ก็ยังมีหลายคนที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับคะแนนเครดิตหรือที่เราเรียกติดปากว่าเครดิตบูโรนี้เช่นกัน ดังนั้นบทความของเราวันนี้ จะขอพาทุกท่านไปรู้จักว่าเครดิตบูโรคืออะไร สามารถขอตรวจสอบเครดิตบูโรของเราได้ที่ไหนบ้าง และตอบทุกปัญหาที่คุณสงสัยเกี่ยวกับเครดิตบูโรครับ

เช็คประวัติเครดิตบูโร ออนไลน์ได้ที่ไหน          

เครดิตบูโร หรือ บริษัทข้อมูลเครดิต (National Credit Bureau) คือ บริษัทที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเครดิตจากสถาบันการเงินต่างๆ ที่เป็นสมาชิกของเครดิตบูโร เพื่อนำมารวบรวมและประมวลผลออกมาเป็นข้อมูลเครดิต โดยสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกก็จะสามารถเข้ามาในระบบเพื่อเรียกดูรายงานข้อมูลเครดิตของลูกค้าหรือผู้ที่มาขอสินเชื่อหรือทำบัตรเครดิตได้ เพื่อให้สถาบันการเงินนำข้อมูลเครดิตนั้นไปใช้ประกอบการตัดสินใจใสนการอนุมัติสินเชื่อครับ

ในปัจจุบันเราสามารถเช็กข้อมูลเครดิตบูโรของตัวเองได้อย่างสะดวกและรวดเร็วได้หลายช่องทาง ดังนี้

เช็คเครดิตบูโร  ด้วยการยื่นเอกสารผ่านตู้ ATM         

หากใครสะดวกยื่นข้อมูลขอเช็กเครดิตบูโรทางตู้ ATM ก็สามารถยื่นได้ผ่านตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทยหรือธนาคารไทยพาณิชย์ โดยมีวิธีการ คือ

ตู้ ATM บมจ.ธนาคารกรุงไทย (KTB)

สำหรับลูกค้าของธนาคารที่ถือบัตร ATM และบัตรเดบิตหลังจากใส่บัตรแล้ว เลือกเมนูบริการอื่นๆ จากนั้นกดเลือกบริการอื่นๆ อีกครั้ง และเลือกเมนู “ตรวจสอบข้อมูลเครดิต”หน้าจอจะขึ้นรายละเอียดและข้อตกลงต่างๆ มาให้เราได้ศึกษา เมื่ออ่านรายละเอียดแล้ว กด ตกลง หน้าจอจะขึ้นรายข้อมูลส่วนตัวของเรา เมื่อตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้วกด ตกลง จะเข้าสู่หน้ารายละเอียดค่าธรรมเนียม และแจ้งว่าจะทำการส่งข้อมูลเครดิตมาให้ภายใน 7 วัน กดตกลง

ตู้ ATM บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)

สำหรับลูกค้าของธนาคารที่ถือบัตร ATM บัตรเดบิต และบัตรเครดิตที่ใช้เป็นบัตรเอทีเอ็มของธนาคารไทยพาณิชย์ หลังจากใส่บัตรแล้ว กดเมนู บริการอื่นๆ และกด “ตรวจสอบข้อมูลเครดิต” หน้าจอจะขึ้นรายละเอียดและข้อตกลงต่างๆเช่นเดียวกับต็ของกรุงไทย เมื่ออ่านรายละเอียดแล้ว กด ตกลง หน้าจอจะขึ้นรายข้อมูลส่วนตัวของเรา ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องเรียบร้อยแล้วกด ตกลง จะเข้าสู่หน้ารายละเอียดค่าธรรมเนียม และแจ้งว่าจะทำการส่งข้อมูลเครดิตมาให้ภายใน 7 วัน กด ตกลง เป็นอันเสร็จสิ้นการยื่นเอกสารขอข้อมูลเครดิตผ่านตู้ ATM 

เช็คเครดิตบูโร ไปรษณีย์

                ทุกวันนี้ไปรษณีย์ไทยมีบริการขอตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรผ่านเคาน์เตอร์ไปรษณีย์ มีวิธีการดังนี้

  1. สำหรับนิติบุคคลกรอกรายละเอียดแบบคำขอตรวจสอบข้อมูลเครดิตนิติบุคคล พร้อมลงนามโดยกรรมการผู้มีอำนาจ และประทับตราบริษัท (ถ้ามี) และแนบหลักฐานประกอบ ได้แก่ สำเนาหนังสือรับรองของนิติบุคคล อายุไม่เกิน 3 เดือน พร้อมลงนามรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจ และประทับตราบริษัท (ถ้ามี) และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
  2. ชำระค่าบริการตรวจสอบข้อมูลเครดิตเป็นแคชเชียร์เช็ค สั่งจ่าย บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ตามอัตราค่าบริการที่ระบุไว้
  3. จัดส่งเอกสารหลักฐานตามข้อ 1-2 ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน จ่าหน้าถึงบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ
  4. บริษัทเครดิตแห่งชาติ จะส่งรายงานข้อมูลเครดิตบูโรของบริษัทนิติบุคคลมาให้กรรมการผู้จัดการ ตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองของนิติบุคคลเท่านั้น
  5. สำหรับบุคคลธรรมดากรอกรายละเอียดแบบคำขอตรวจสอบข้อมูลเครดิตบุคคลธรรมดา พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชน ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาให้ถูกต้อง จากนั้นชำระเงินเป็นแคชเชียร์เช็ค สั่งจ่าย บริษัทเครดิตแห่งชาติ แล้วจึงจ่าหน้าซองและยื่นเอกสารพร้อมชำระค่าบริการ

เช็คเครดิตบูโรออนไลน์ กสิกรไทย  

ปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยยังไม่มีบริการตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร แต่ใครที่สนใจตรวจสอบข้อมูลเครดิตสามารถตรวจสอบผ่านช่องทางอื่นๆ ที่คุณสะดวกได้ครับ

เช็คเครดิตบูโร ออนไลน์ ไทยพาณิชย์              

ปัจจุบันธนาคารไทยพาณิชย์ยังไม่มีบริการตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร แต่ใครที่สนใจตรวจสอบข้อมูลเครดิตสามารถตรวจสอบผ่านช่องทางอื่นๆ ที่คุณสะดวกได้เช่นเดียวกับธนาคารกสิกรไทย

เช็คเครดิตบูโรผ่าน อินเตอร์เน็ต banking  

การตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรผ่านระบบอินเทอร์เน็ต banking นั้น มีธนาคารที่ให้บริการคือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารกรุงไทย โดยลูกค้าอินเทอร์เน็ต banking เลือกเมนูเข้าสู่ระบบ จากนั้นเลือกบริการ “ขอข้อมูลเครดิตบูโร”กดอ่านข้อตกลงและเลือกยอมรับ จากนั้นตรวจสอบและเลือกข้อมูลเครดิตที่ต้องการ ตรวจสอบชื่อและที่อยู่ เมื่อกดตกลงอีกครั้งจะเข้าสู่หน้ากรอกพาสเวิร์ดเพื่อยืนยัน ใส่ One time password (OTP) จากนั้นพิมพ์รายละเอียดการขอเครดิตไว้เป็นหลักฐาน ข้อมูลเครดิตจะถูกจัดส่งมาตามชื่อที่อยู่ของเราทางไปรษณีย์ภายใน 7 วัน

เช็คเครดิตบูโร ผ่านมือถือ  

ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้เราสามารถเช็กเครดิตบูโรผ่านมือถือได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชั่นของธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารธนชาต โดยการยื่นคำขอผ่านระบบ Mobile banking หลังจากยื่นคำขอผ่านแอปแล้ว เราจะได้รับรายงานข้อมูลเครดิตทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายใน 7 วัน

อยากหลุดแบล็กลิสต์ ฟื้นเครดิตให้กลับมาดี ต้องทำอย่างไร        

เมื่อติดแบล็กลิสต์หรือติดเครดิตบูโร สิ่งที่ตามมาก็คือปัญหาเวลายื่นขอสินเชื่อหรือทำบัตรเครดิต ทางสถาบันการเงินอาจนำประวัติเครดิตบูโรของเรามาเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณา และไม่อนุมัติธุรกรรมต่างๆ ได้ ทำให้การขอสินเชื่อยากขึ้น อาจส่งผลเสียทำให้เราไม่สามารถหาแหล่งเงินทุนในยามฉุกเฉินได้ เพราะฉะนั้นทางที่ดีที่สุดก็คือการเคลียร์หนี้สินเพื่อฟื้นประวัติเครดิตให้กลับมาดีอีกครั้ง เพื่อให้เราไม่พลาดโอกาสทางการเงินในอนาคตนั่นเอง ส่วนการจะเคลียร์หนี้และฟื้นเครดิตให้กลับมาดีอีกครั้งนั้นสามารถทำได้อย่างไร เราลองมาดูกันครับ

Blacklist ความเข้าใจผิดที่ควรทราบ

หลายท่านคิดว่าสาเหตุที่สถาบันการเงินไม่ให้สินเชื่อหรือไม่อนุมัติให้เราทำบัตรเครดิตและบัครกดเงินสดต่างๆ นั้นมีสาเหตุมาจากเครดิตบูโรขึ้นบัญชีดำ หรือที่เราเรียกกันทั่วไปว่า “ติด Blacklist” ใช่ไหมครับ แต่อันที่จริงแล้วนั่นคือความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการติดเครดิตบูโรหรือการติดแบล็กลิสต์! เพราะบริษัทเครดิตแห่งชาติหรือเครดิตบูโรนั้น มีหน้าที่เพียงแค่การจัดเก็บรักษา รวบรวมและประมวลผลข้อมูลสินเชื่อของลูกค้าสถาบันการเงิน หรือก็คือตัวเรา ตามที่สถาบันการเงินหรือบริษัทที่เป็นสมาชิกทำการจัดส่งให้เท่านั้น ตัวเครดิตบูโรเองไม่ได้มีหน้าที่ “ขึ้นบัญชีดำ”หรือ“Blacklist” อย่างที่เข้าใจกันจนทำให้เราถูกปฏิเสธสินเชื่ออย่างที่เข้าใจกัน แต่สาเหตุของการถูกปฏิเสธ ไม่อนุมัติสินเชื่ออาจมาจากหลายสาเหตุ เช่น รายได้ต่อเดือนต่ำกว่าเกณฑ์ที่สถาบันการเงินกำหนด ไม่มีรายได้ประจำ ข้อมูลที่ปรากฎในเครดิตบูโรไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของสถาบันการเงินที่ขอกู้ซึ่งอาจเกิดจากคุณมีประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดี หรือ ผิดนัดชำระหนี้กับสถาบันการเงินอื่นๆ เป็นต้น ส่วนเครดิตบูโรเองไม่มีความเกี่ยวข้อง หรือมีสิทธิอนุมัติหรือร่วมตัดสินใจให้สินเชื่อกับใคร เป็นเพียงสถาบันที่เก็บรวบรวมข้อมูลเครดิตของลูกค้าแต่ละรายเท่านั้นครับ       

วิธีแก้ เครดิตบูโร แก้อย่างไรได้บ้าง?

เมื่อติดเครดิตบูโร วิธีการแก้ที่ดีที่สุดก็คือ การใช้หนี้ที่ติดค้างอยู่ให้หมด ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้วครับ เพราะการชำระหนี้ที่ค้างไว้ให้หมดคือวิธีจัดการเคลียร์เครดิตค้างชำระที่เราติดอยู่อย่างดีที่สุด ให้ประวัติการชำระหนี้ของเรากลับมาดีอีกครั้งหลังจากนั้นเมื่อชำระหนี้ครบก็รอให้ประวัติการชำระหนี้ของเราอัพเดทเข้าระบบและรอการปลดจากบัญชีค้างชำระ เพื่อให้เราสามารถกลับไปทำธุรกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการขอสินเชื่อหรือการทำบัตรเครดิตได้อีกครั้ง

เมื่อเราเคลียร์ประวัติการชำระหนี้แล้ว ต้องรอให้หมดรอบการบันทึกข้อมูลเสียก่อนจึงจะสามารถไปยื่นขอสินเชื่อต่างๆ ได้อีกครั้งซึ่งการเก็บข้อมูลของทางเครดิตบูโรจะเก็บไว้ประมาณ 3 ปี ในกรณีไม่ได้ชำระหนี้ให้หมด ทางสถาบันการเงินเจ้าหนี้ก็จะส่งรายงานมาให้ทางเครดิตบูโรอีกเรื่อยๆจึงทำให้การรอให้หมดรอบการบันทึกข้อมูลนี้ใช้ได้เฉพาะกับผู้ที่ชำระหนี้ที่ค้างไว้ครบแล้วเท่านั้น ดังนั้นเคลียร์หนี้ให้หมดและรอ 3 ปี เป็นสูตรง่ายๆ ในการแก้เครดิตบูโรครับ           

ล้างเครดิตบูโร ต้องรอ 3 ปีจริงหรือ?           

สำหรับข้อมูลในเครดิตบูโรที่จะปราฎให้แก่สถาบันทางการเงินนั้นมักจะมีรอบอายุการบันทึกข้อมูล เป็นระยะอายุ 3 ปี หรือเป็นข้อมูลย้อนหลัง 36 เดือนย้อนหลังสุด เนื่องจากทางเครดิตบูโรเห็นว่าระยะเวลาเพียงเท่านั้นก็สามารถประเมินความสามารถทางการชำระหนี้ได้แล้วเพราะฉะนั้นหากใครที่มีประวัติการชำระหนี้ไม่ดีก็จำเป็นต้องเคลียร์หนี้สินให้หมด จากนั้นระยะเวลาที่ต้องรอเพื่อยื่นขอสินเชื่อหรือบัตรต่างๆ อีกครั้ง อย่างน้อยที่สุดคือ 3 ปี และเนื่องจากทางสถาบันทางการเงินมีระยะเวลาทั้งหมด 5 ปีในการส่งรายชื่อบุคคลที่ปิดหนี้บัตรเครดิตไป ดังนั้นบางรายที่ประวัติเคยเสียมากๆ มาก่อนก็อาจต้องรอ 5-8 ปีเลยทีเดียวครับ

วิธี แก้เครดิตเสีย กำจัดบัญชีค้างชำระ  

            หากสภาพคล่องทางการเงินยังดีอยู่ หรือยังมีเงินเหลือใช้หลังจากหักส่วนที่ต้องชำระหนี้ออกไปแล้ว วิธีการแก้เครดิตเสียที่เหมาะกับคุณก็คือ

1.สรุปรายการหนี้ทั้งหมดที่ยังคงค้างชำระอยู่

ทำการสรุปรายละเอียดหนี้ทั้งหมดที่เรายังค้างชำระ ไม่ว่าจะเป็น สถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ ยอดเงินที่เราเป็นหนี้ ดอกเบี้ย ค่าชำระต่องวด ทั้งนี้ก็เพื่อที่เราจะได้ตั้งงบประมาณรายรับรายจ่ายได้อย่างเหมาะสมกับการชำระหนี้

2.ชำระหนี้ให้ตรงเวลาทุกงวดอย่าช้า อย่าขาดหาย

ชำระหนี้ให้ตรงเวลาและหลังชำระหนี้แล้ว ให้เราเก็บเอกสารการชำระหนี้ทุกชิ้นไว้ทั้งหมด เพราะว่าเราสามารถนำสเตทเมนท์ที่เราจ่ายชำระหนี้ไปยื่นเป็นหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเมื่อเวลาต้องการขอสินเชื่อตัวใหม่หลังจากที่พ้นแบล็คลิสต์ได้

3. เมื่อได้เงินก้อนมา ให้ชำระหนี้ก่อนเสมอ

ไม่ว่าจะเป็น เงินโบนัส คอมมิชชั่น หรือทรัพย์สินในบ้านที่เราขายได้เมื่อได้เงินก้อนมาต้องโปะหนี้ที่เราค้างชำระก่อนเสมอเพื่อลดดอกเบี้ยและเงินต้น

4.ใช้วิธีรีไฟแนนซ์

การรีไฟแนนซ์จะช่วยรวมหนี้ที่เราต้องชำระเป็นก้อนเดียว เพื่อให้เราสามารถวางแผนการชำระหนี้ได้ง่ายขึ้น จะได้ช่วยให้เราหนีจากอัตราดอกเบี้ยสูงๆ ได้ รวมถึงช่วยลดการต้องจ่ายเงินชำระหนี้หลายทาง

5.วางแผนชำระหนี้ให้ดี

หนี้ก้อนไหนคิดว่าเราสามารถจ่ายให้หมดได้ไวที่สุด ให้เพิ่มยอดชำระแต่ละงวดแบบขั้นบันไดเพื่อที่หนี้ก้อนนั้นจะหมดลงไวที่สุด และยิ่งถ้าหนี้ก้อนไหนคิดดอกเบี้ยทบต้นทบดอกก็ยิ่งควรรีบกำจัดออกไปจากชีวิตเรานะครับ เพื่อลดภาระการแบกดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

6.ไม่ก่อหนี้เพิ่มระหว่างที่เราทำการเคลียร์หนี้เก่า

ตั้งเป้าหมายชำระหนี้เก่าให้หมดก่อน และพยายามไม่ก่อหนี้เพิ่มในระหว่างนี้

หากสภาพคล่องทางการเงินของคุณอยู่ในเกณฑ์แย่ หรือแทบจะไม่เหลือเงินติดกระเป๋าหลังหักเงินชำระหนี้ ควรใช้วิธีการ ดังนี้

1. เข้าไปพูดคุยหรือชี้แจงกับสถาบันการเงิน

เมื่อเราคิดว่าไม่สามารถชำระหนี้ได้ หรือชำระหนี้ได้ลำบากขึ้นจนอากลายเป็นหนี้เสีย ให้ทำใจกล้าและลองเข้าไปพูดคุยหรือชี้แจงความจำเป็นกับทางสถาบันการเงินดูครับ ลองคุยดูว่าเราสามารถเพิ่มระยะเวลาการชำระหนี้ได้ไหม ทางสถาบันการเงินสามารถปรับโครงสร้างการชำระหนี้ให้เราได้หรือไม่พยายามชี้แจงเหตุผลและความจริงใจที่สุด หากแสดงให้สถาบันการเงินเห็นว่าเรามีความตั้งใจจะใช้หนี้จริงๆก็อาจได้รับความช่วยเหลือในการปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ ให้เราสามารถชำระได้ง่ายขึ้น

2.ขายหนี้รายการใหญ่อื่นๆ

หนี้รายการใหฐ่อื่นๆ เช่น บ้านหรือรถยนต์ เป็นหนี้ก้อนใหญ่ที่เราต้องแบกรับ แต่เมื่อเราจำเป็นต้องชำระหนี้อื่นๆ ที่เร่งด่วน การขายทรัพย์สินเหล่านี้อาจเป็นเรื่องจำเป็น รวมถึงข้าวของมีค่าอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

และนี่ก็คือวิธีแก้เครดิตเสียที่เรานำมาฝากนะครับ ลองเลือกดูว่าเราเหมาะกับการใช้แนวทางไหน โดยพิจารณาจากสภาพคล่องทางการเงินของตัวเอง แต่ทางที่ดี เพื่อกันไม่ให้เราติดแบล็คลิสต์หรือติดเครดิตบูโร เราขอแนะนำให้รักษาเครดิต พยายามชำระหนี้ต่างๆ ให้ตรงเวลา เพื่อสร้างประวัติการเป็นลูกหนี้ที่ดีในเครดิตบูโรโดยเฉพาะผู้ที่มีบัตรเครดิตหลายๆ ใบ ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงสูงหากขาดวินัยทางการเงิน รวมถึงผู้ที่ชอบสร้างหนี้หลายก้อน ทั้งนี้ก็เพื่อเมื่อถึงเวลาจำเป็นต้องขอสินเชื่อเงินกู้ต่างๆเครดิตบูโรจะได้ไม่เป็นปัญหากวนใจของเราครับ

ติดแบล็คลิสทําบัตรอะไรได้บ้าง

เรื่องที่หลายๆ คนอยากรู้ก็คือ ถ้าติดแบล็คลิสต์แล้วสามารถยื่นเรื่องขอกู้หรือสมัครบัตรการเงินอะไรได้บ้าง แม้ว่าสถาบันการเงินจะเข้มงวดเรื่องการปล่อยสินเชื่อและอนุมัติบัตรเครดิตมากขึ้นจากยอดหนี้เสียที่พุ่งขึ้นอย่างน่าใจหาย แต่ก็ใช่ว่าคนที่ติดแบล็คลิสต์จะทำอะไรไม่ได้เลย ยังมีบัตรบางประเภทที่เปิดโอกาสให้คนติดแบล็คลิสต์สมัครได้ เช่น บัตรเงินสด สินเชื่อรายย่อยสำหรับผู้มีประวัติติดแบล็คลิสต์ สินเชื่อส่วนบุคคลสำหรับผู้มีประวัติติดแบล็คลิสต์ กับบางธนาคารที่มีนโยบายหรือแคมเปญในการปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้ที่ติดแบล็คลิสต์ตามเงื่อนไขที่แต่ละธนาคารกำหนด แต่ส่วนมากแล้วต้องเป็นบุคคลที่ได้มีการผ่อนชำระหนี้เก่าเรียบร้อยแล้วแต่รายชื่อยังคงค้างอยู่ในระบบ ส่วนการกู้สินเชื่อเพื่อขอซื้อรถขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละสถาบันการเงิน บางกรณีบริษัทไฟแนนซ์อาจอนุมัติให้กู้ได้แต่ก็อาจต้องเจอกับดอกเบี้ยที่สูงขึ้นด้วย

สินเชื่อธนาคารไม่เช็คแบล็คลิสมีจริงไหม

ไม่ติดเครดิตบูโร จะขอสินเชื่อง่ายจริงหรอ

สำหรับใครที่ไม่อยากจะมีปัญหากับการค้างชำระหนี้ หรือมีประวัติไม่ดี เกี่ยวกับเครดิตบูโรแต่ด้วยในความจำเป็นหลาย ๆ อย่าง จึงทำให้ต้องมีการติดบูโร แล้วถ้าได้มีการติดบูโร แต่ก็ยังความต้องการอยากจะกู้มาใช้สำหรับค่าใช้จ่ายที่มีความจำเป็นจริง  หรือมีการหมุนเวียนทางด้านธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจมีการเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งจะมีทางเลือกอย่างไรบ้าง วันนี้เรามาติดตามกันเลยค่ะกับ

ทางเลือกของการกู้สินเชื่อผู้ที่ติดเครดิตบูโร

สินเชื่อรถแลกเงิน  หรือจำนำทะเบียนรถยนต์ เสมือนการนำรถยนต์ที่มีมาเป็นหลักประกัน ทำให้บริษัทลีซซึ่งหลากหลายบริษัทที่ได้มีการรับปล่อยกู้ให้กับผู้ที่กู้ติดบูโร และไม่เช็คเครดิตบูโร มีในรูแบบ โอนเล่มและไม่โอนเล่ม ซึ่งจะทำให้เราได้รับเงินกู้ตามราคาประเมินรถ โดยไม่ได้อิงกับรายได้ของเรา ถ้ารถมีอายุน้อย หรือรุ่นรถที่คนนิยมสูง ก็มักจะมีราคากลาง และจะได้วงเงินกู้ที่สูงขึ้นไปด้วย โดยอาจจะมีการได้วงเงินอยู่ที่ 50-70% ของราคารถ แต่วงเงินอาจจะน้อยกว่าธนาคาร แต่ธนาคารก็จะมีการตรวจสอบเครดิตบูโรและรายได้ของผู้กู้ทุกครั้ง ทำให้มีการกู้ยากมาก

สินเชื่อจำนำทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์สำหรับผู้ที่ติดบูโร รถมอเตอร์ไซค์หรือรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะที่แทบจะมีกันทุกครัวเรือนกันเลย เมื่อถึงคราวจำเป็นจริง ๆ ก็จะสามารถนำเล่มทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์มาใช้เพื่อเป็นหลักประกันรับเงินกู้กันไปได้ง่าย ๆ คล้าย ๆ กับจำนำทะเบียนรถยนต์นั่นเอง

ขายฝาก เปลี่ยนบ้านเป็นหลักประกันเงินกู้ ซึ่งการขายฝาก ถ้าได้มีการอธิบายง่าย ๆ คือ การขายบ้าน ที่ดิน ที่มีราคานึ่งและมีสิทธิในการซื้อคืน ทีอยู่ภายในระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ จึงมีนายทุนนำการขายฝากมาใช้กับการปล่อยเงินกู้

 สร้างประวัติบูโรแบบไหนที่จะได้อนุมัติสินเชื่อวงเงินสูงๆ                     

1.มีหนี้ เพื่อสร้างประวัติชำระหนี้

ถูกแล้วครับ ผู้ขอกู้ที่สถาบันการเงินอยากปล่อยกู้มากที่สุดไม่ใช่คนที่ไม่เคยกู้อะไรเลย แต่เป็นคนที่มีประวัติการชำระหนี้ที่ดีให้เห็นในอดีตต่างหาก เลยอยากแนะนำว่า การมีบัตรเครดิตใช้ (หรือบัตรกดเงินสด) ติดตัวไว้บ้างและรู้จักใช้จ่ายอย่างเหมาะสม มีวินัยในการใช้บัตรเครดิตนี่ ก็มีข้อดีเหมือนกัน เพราะประวัติการชำระหนี้ของเราทุกงวดจะถูกส่งและจัดเก็บไว้ที่ เครดิตบูโร ทำให้สถาบันการเงินจะเห็นข้อมูลการชำระหนี้ของผู้ขอกู้ย้อนหลัง 3 ปี และเมื่อสถาบันการเงินเห็นว่าผู้ขอกู้มีประวัติการชำระหนี้ที่ดี มาตลอด ก็จะมั่นใจและอนุมัติวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลที่สูงให้ได้ง่ายๆนั่นเอง แต่ก็ไม่ใช่ว่าตอนนี้เราต้องการจะสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีบัตรเครดิตเลยทำยังไงดี แนะนำว่าไม่ควรสมัครบัตร อะไรก่อนสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล เพราะอะไรนั้นจะอธิบายเพิ่มเติมในข้อ 4

2.มีอายุบัตรเครดิตนานเท่าไหร่ก็ยิ่งดี

เครดิตบูโรจะเก็บว่า เราใช้บัตรเครดิต (หรือบัตรกดเงินสดก็ตาม) ตั้งแต่เมื่อไหร่ และยิ่งเราใช้บัตรเครดิตมานานเท่าไหร่ และยังไม่ได้ทำการปิดบัญชี ความน่าเชื่อถือของผู้ขอกู้ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย เพราะแสดงได้ว่า ผู้ขอกู้ได้ใช้บัตรเครดิตมาเป็นระยะเวลานาน แล้วไม่เคยมีปัญหาทางการเงินจนถูกสถาบันการเงินระงับหรือปิดบัญชีแต่อย่างใด ทำให้คะแนนสกอร์เพิ่มขึ้นและอนุมัติวงเงินสูงขึ้นอีกด้วย

3.ชำระหนี้ตรงเวลาช่วงหนึ่งปีล่าสุด

จากข้อที่แล้วที่ว่าประวัติการชำระหนี้ของเราจะถูกส่งไปเก็บที่เครดิตบูโรเป็นเวลา 3 ปี ดังนั้นเราก็ควรจะต้องชำระหนี้ให้ตรงเวลาอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยที่สุดคือ ภายในรอบ หนึ่งปีล่าสุด ที่จะเป็นช่วงเวลาที่สถาบันการเงินให้ความสำคัญในการพิจารณาว่าจะอนุมัติสินเชื่อให้หรือไม่มากที่สุด (บางสถาบันการเงินอาจจะพิจารณาจากประวัติในรอบหกเดือนล่าสุด) ควรจะมีการชำระหนี้ตรงเวลาทุกงวด ถ้าจ่ายล่าช้าก็ต้องไม่เกิน 30 วัน เพราะถ้าเกิน 30 วัน ข้อมูลการจ่ายหนี้ช้าตรงนี้จะถูกส่งและบันทึกที่ประวัติเครดิตของเราที่เครดิตบูโร ทำให้สถาบันการเงินพิจารณาว่า ผู้ขอกู้ช่วงนี้ มีสภาพคล่องที่ไม่ปกติ และทำให้คะแนนสกอร์ในการอนุมัติของเราลดลงได้

4.อย่าพึ่งสมัครบัตรหรือขอกู้ ในช่วง 6 เดือน

ทุกครั้งที่เราสมัครขอกู้ หรือสมัครบัตรเครดิต/บัตรกดเงินสดและสถาบันการเงินเรียกดูข้อมูลเครดิตของเราก็จะมีการบันทึกลงไปในข้อมูลเครดิตด้วยเช่นกัน ซึ่งประวัติการเรียกดูข้อมูลเครดิตอันนี้ ในรอบ 6 เดือนล่าสุดนี้แหละที่จะทำให้ คะแนนสกอร์ของเราลดลง เพราะสถาบันการเงินจะมองว่าผู้ขอกู้ร้อนเงินมากจึงทำการสมัครขอกู้เป็นจำนวนมาก ทำให้โอกาสอนุมัติสินเชื่อที่สำคัญๆของเราลดลงได้

5.ปิดบัตรที่ไม่ใช้

ทุกวงเงินของบัตรเครดิต/บัตรกดเงินสด จะถูกบันทึกไว้ในข้อมูลเครดิตของเรา และสถาบันการเงินจะนำมาคำนวนเป็นภาระหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ทำให้ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ใช้บัตรเครดิต/บัตรกดเงินสดเลย ก็อาจจะนำไปพิจารณานับเป็นภาระหนี้ของผู้ขอกู้ด้วย ทำให้วงเงินสินเชื่อที่อนุมัติน้อยลงกว่าที่ควรจะได้นั่นเอง เลยแนะนำว่าควรจะทำการแจ้งปิดบัตรเครดิต/บัตรกดเงินสด ที่ไม่ได้ใช้ไปบ้าง เพราะนอกจากจะเป็นการช่วยเราสร้างวินัยทางการเงินที่ดีแล้ว ยังเพิ่มวงเงินสินเชื่อให้เราได้อีกด้วย

บัตรกดเงินสด รายได้เกิน 15,000

เคล็ดไม่ลับ กับวิธีขอสินเชื่อทุกประเภทให้ผ่านแบบชัวร์ ๆ          

1.การสมัครแบบทีละสถาบันทางด้านการเงิน

ปกติแล้วทางสถาบันการเงิน จะได้มีการรับรู้ในช่วง 6 เดือนในล่าสุด ของผู้ที่ได้มีการสมัครตามเงื่อนไขต่าง ๆ ซึ่งจากทางเครดิตบูโร  ที่ได้ทำการยื่นขอสมัครกันเป็นจำนวนมาก แต่ทางสถาบันทางการเงิน ได้มีการระมัดระวังกันอย่างมากมาย กับการอนุมัติสินเชื่อให้มาใหม่นั่นเอง

2.ทำให้มีหนี้

หลายคนอาจจะกำลังเกิดข้อสงสัยว่าทำไมถึงมีหนี้ได้ และจะช่วยให้การอนุมัติทางสินเชื่อได้ง่ายอย่างไร นั่นก็คือ ทุกครั้ง ที่เราได้มีหนี้ จะเป็นหนี้ที่อยู่ในระบบเพียงเท่านั้น อย่างเช่น บัตรเครดิต แบบสินเชื่อส่วนบุคคล หรือจะเป็นสินเชื่อบ้าน เป็นต้น เรียกได้ว่า หนี้นั่นเอง แต่เป็นหนี้ในระบบ ที่จะต้องมีการผ่อนชำระเป็นงวด ๆ

3.เป็นหนี้ต้องชำหนีให้ตรงเวลาด้วย

ในการชำระหนี้ตรงเวลา กลับกลายเป็นผลที่จะทำให้ผ่านการอนุมัติได้ง่าย ๆ หากผู้สมัครมีการชำระหนี้แบบล่าช้ากันเป็นประจำ ทางประวัติในการชำระหนี้ของสินเชื่อก็จะถูกรวบรวมไว้ให้เป็นข้อมูลของทางเครดิตบูโร และมีการแสดงถึงในเรื่องความรับผิดชอบของการผ่อนชำระหนี้อีกด้วย  เพราะฉะนั้นในการชำระหนี้ก็ควรจะทำให้ตรงเวลา ซึ่งเป็นเรื่องที่สัญญาอย่างมาก สำหรับทางสถาบันการเงิน ที่จะต้องมีการพพิจารณาในการอนุมัติสินเชื่อให้กับคุณได้

4.ควรที่จะมีการเดินบัญชีกันอย่างสม่ำเสมอ

ด้วยทางสถาบันการเงินจะมีการพิจารณาทางด้านรายได้ของผู้ที่จะทำการสมัครสินเชื่อ ถ้าเป็นพนักงานประจำนั้น จะต้องมีเงินเดือนผ่านการที่กำหนดไว้แล้ว แต่ถ้าเป็นพนักงานที่รับเงินเดือนแบบเงินสด ก็ควรที่จะมีการนำเงินไปเข้าธนาคารเป็นประจำ เพื่อที่จะให้เป็นหลักฐานในการแสดงรายได้แต่ละเดือนนั่นเอง

5.ควรใส่เบอร์โทรศัพท์ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน หรือที่บ้าน

เพื่อให้ทางสถาบันการเงินได้มีการพิจารณาได้ง่าย ๆ และสามารถทำการตรวจสอบเกี่ยวกับผู้ที่มาสมัครที่มาทำงานในบริษัทต่าง ๆ แต่ถ้าหากไม่มีเบอร์ประจำ ก็ต้องมีเบอร์ที่ทำงานฝ่ายบุคคล เพื่อที่จะทำให้ทางสถาบันการเงินรู้ว่า ได้ทำงานอยู่บริษัทแห่งนี้นั่นเอง      

โลกออนไลน์ พูดถึงเครดิตบูโรกันอย่างไรบ้าง