เคล็ดลับวิธีปลดหนี้บัตรเครดิต เงินกู้นอกระบบ รีไฟแนนซ์ ให้หมดไว สบายกระเป๋า

แค่พูดถึงคำว่า “หนี้” หลายคนก็อาจจะส่ายหน้าหนีเพราะเป็นสิ่งที่เราไม่อยากเจอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “หนี้บัตรเครดิต” ที่เผลอเมื่อไร เป็นต้องทำให้เราหนักใจกับดอกเบี้ยที่พอกพูนจนหลายคนกลายเป็นหนี้บัตรเครดิตกันแบบไม่รู้ตัว ยิ่งถ้าใช้บัตรเครดิตกันแบบไม่มีวินัย ไม่ควบคุมการใช้จ่ายของตัวเองและจ่ายแค่ขั้นต่ำไปเรื่อยๆ ล่ะก็ อาจทำให้ยอดหนี้พุ่งสูงจนใช้คืนไม่หมด จนทำใครหลายคนเสียเครดิตไปตามๆ กัน เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาดูเคล็ดลับวิธีปลดหนี้ให้หมดไว สบายกระเป๋ากันครับ  

ปลดหนี้บัตรเครดิตหลายใบด้วย สินเชื่อส่วนบุคคล           

การใช้หนี้บัตรเครดิตนั้นมีหลายวิธี หนึ่งในนั้นก็คือการกู้ยืมสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อมาปลดหนี้บัตรเครดิต ข้อดีของการกู้สินเชื่อส่วนบุคคลก็คือ ไม่จำเป็นต้องมีการค้ำประกันใดๆ ดังนั้นถึงเราจะเป็นหนี้บัตรเครดิต ก็ยังสามารถกู้ยืมสินเชื่อส่วนบุคคลจากธนาคารเพื่อนำเงินก้อนมาโปะหนี้ได้นั่นเอง เรียกได้ว่าสะดวกและยังช่วยให้เราสามารถรักษาเครดิตได้เป็นอย่างดีเลยครับ นอกจากนี้การกู้สินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อมาปลดหนี้บัตรเครดิตหลายใบยังมั่นใจว่าทรัพย์สินที่เรามีจะปลอดภัยไม่โดนยึดแน่นอน เพราะไม่จำเป็นต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันก็สามารถกู้ได้ จึงสามารถจ่ายหนี้คืนได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องห่วงพะวงเรื่องการชำระหนี้และต้องกังวลว่าจะโดนยึดทรัพย์

นอกจากนี้ข้อดีอีกข้อของการใช้สินเชื่อส่วนบุคคลมาปลดหนี้บัตรเครดิตหลายใบก็คือ ได้เงินเร็ว อนุมัติไว สามารถนำเงินก้อนที่ได้มาใช้จ่ายอเนกประสงค์และนำมาจ่ายหนี้บัตรเครดิตได้ทันที เนื่องจากสถาบันการเงินส่วนใหญ่นั้น หากผู้ขอกู้สินเชื่อมีเอกสารครบถ้วนและมีคุณสมบัติตามที่ทางสถาบันการเงินกำหนด ก็สามารถอนุมัติเงินกู้ได้เร็วที่สุดในเวลาเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้น เหมาะสำหรับคนที่อยากปลดหนี้บัตรเครดิตหลายใบที่ต้องการเงินก้อนแบบเร่งด่วนเป็นอย่างมากครับ                            

รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ทางออกจริงหรือ?     

การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต คือการกู้ยืมสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อมาปิดยอดหนี้บัตรเครดิต ซึ่งหนี้นั้นอาจมาจากบัตรเครดิตใบเดียวหรือบัตรเครดิตหลายๆ ใบก็ได้ แต่หากจะรีไฟแนนซ์ให้คุ้มค่าและได้ประโยชน์จริงๆต้องเลือกสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิต วิธีนี้จึงจะคุ้มค่าและเป็นการรีไฟแนนซ์ที่ควรทำครับ เพราะนอกจากจะช่วยเคลียร์หนี้บัตรแล้ว การใช้สินเชื่อส่วนบุคคลมาปิดยอดบัตรเครดิตยังช่วยเรารวมหนี้เป็นก้อนเดียว ทำให้จ่ายคืนได้ง่ายอีกด้วย

ควรไม่ควร? กู้เงินมาปิดบัตรเครดิต?          

หากตัดสินใจแล้วว่าจะกู้เงินสินเชื่อส่วนบุคคลมาปิดยอดหนี้บัตรเครดิต ควรกู้เงินให้มากกว่ายอดหนี้ที่เรามีเพื่อให้เราสามารถเคลียร์หนี้บัตรได้หมดในครั้งเดียว และเหลือหนี้ที่ต้องชำระเพียงสินเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น นอกจากนี้ไม่ควรกู้สินเชื่อที่ต้องใช้วิธีการค้ำประกันกลุ่ม เพราะเราอาจต้องแบกรับภาระการชำระหนี้แทนคนอื่นด้วย ทางที่ดีหากต้องการใช้วิธีนี้ ก็ควรเลือกสถาบันการเงินที่ไม่ต้องใช้คนค้ำประกันหรือไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันครับ

โดยสรุปก็คือ ต้องพิจารณาเงื่อนไข คุณสมบัติของผู้กู้ตามที่ทางสถาบันการเงินกำหนด นอกจากนี้อย่าลืมดูวงเงินที่เราสามารถกู้ยืมได้ หากสามารถปิดหนี้บัตรเครดิตได้ในคราวเดียวและมีดอกเบี้ยน้อยกว่าดอกของบัตรเครดิต การกู้ยืมสินเชื่อส่วนบุคคลก็เป็นอีกหนึ่งวิธีปลดหนี้บัตรหลายใบที่น่าสนใจและเป็นหนึ่งในตัวช่วยสำหรับคนที่อยากปิดหนี้บัตรเครดิตที่ตัวเองไม่ต้องการได้ครับ

เป็นหนี้เยอะมากทําไงดีอยากได้วิธีปลดหนี้ให้หมดเร็วที่สุด

การเป็นหนี้นั้นไม่ว่าใครก็ไม่อยากเป็น แต่ในเมื่อเรากู้ยืมสถาบันการเงินมา หรือบางคนอาจจะเป็นหนี้นอกระบบ นอกจากนี้บางคนอาจเป็นหนี้บัตรเครดิต วิธีที่ดีที่สุดก็คือการรีบปลดหนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อลดโอกาสที่ดอกเบี้ยจะเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเราลองมาดูวิธีการและเคล็ดลับต่างๆ ที่จะมาช่วยให้เราปลดหนี้ให้หมดเร็วที่สุดกันดีกว่าครับ                           

การประนอมหนี้บัตรเครดิตเป็นอย่างไร?     

การประนอมหนี้บัตรเครดิตนั้นนับว่าเป็นหนึ่งในหนทางแก้ปัญหาสำหรับคนที่เป็นหนี้บัตรเครดิตหลายใบหรือเมื่อเราต้องประสบกับทางตันและไม่มีทางออกในการใช้หนี้บัตรเครดิต โดยเมื่อพิจารณาแล้วว่าตนเองมาถึงเวลาที่ต้องใช้วิธีการประนอมหนี้บัตรเครดิต ขั้นแรก ให้เราแสดงตัวกับสถาบันการเงินพร้อมทั้งทำการชี้แจงด้วยความตรงไปตรงมา อย่าเบี้ยวหนี้หรือหนีหนี้บัตรเครดิตและไม่ยอมชำระเด็ดขาด เพราะเราอาจเสี่ยงโดนสถาบันการเงินนั้นฟ้องร้องได้ แต่ให้ใช้วิธีเข้าไปแสดงตัวแล้วชี้แจงดังที่กล่าวไป พร้อมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าต้องการประนอมหนี้บัตรเครดิตโดยให้ทางสถาบันการเงินปรับโครงสร้างหนี้ให้ รวมถึงยืดระยะเวลาในการชำระหนี้บัตรเครดิตและลดหย่อนดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่เราต้องจ่าย หรืออาจจะใช้วิธีลดค่างวดบัตรเครดิตก็ได้

หลังจากผ่านขั้นตอนการแสดงตัวและชี้แจงความประสงค์ในการประนอมหนี้บัตรเครดิตแล้ว สิ่งที่ตามมาในขั้นต่อไปก็คือการวางแผนชำระหนี้บัตรเครดิต โดยตัวรากับทางสถาบันการเงินนั้นๆ จะทำการวางแผนร่วมกันว่าจะทำอย่างไร เราจึงจะสามารถชำระหนี้ตามระบบที่วางไว้ได้ อาจรวมถึงการหักหนี้จากเงินเดือน การขอผ่อนชำระแยกจากหนี้ที่หักประจำ และการขอไม่ให้อายัดทรัพย์สินเพื่อนำมาใช้แทนการชำระหนี้

การประนอมหนี้บัตรเครดิตเป็นวิธีที่ดีสำหรับใครที่กำลังเจอปัญหาเรื่องการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตครับ เพราะการเข้าไปคุยกับทางสถาบันการเงินตรงๆ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน อย่างไรก็ดีกว่าการหนีหนี้จนเสี่ยงถูกฟ้องนั่นเอง

วิธีปลดหนี้นอกระบบ   

ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยากเป็นหนี้หรอกใช่ไหมครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็น “หนี้นอกระบบ”เพราะเราต่างก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าหนี้นอกระบบนั้นเป็นสิ่งเลวร้ายขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็นการถูกเอาเปรียบจากดอกเบี้ยที่สูงกว่าปกติ ดอกเบี้ยกินเปล่าที่เจ้าหนี้เรียกเก็บ ซึ่งเป็นตัวการทำให้ชำระหนี้ไปเท่าไรก็จ่ายไม่หมดสักที นอกจากนี้บางคนยังเจอระบบทวงหนี้ที่ตามทวงไม่เว้นแต่ละวัน ถึงขั้นขู่ทำร้ายทั้งตัวผู้กู้ไปจนถึงครอบครัว เพื่อนฝูงและคนใกล้ชิดเลยทีเดียวเพราะฉะนั้นอย่ามัวนิ่งนอนใจ ใครที่กำลังหาวิธีการปลดหนี้นอกระบบ วันนี้เรามีวิธีการดีๆ มาแนะนำครับ         

ทำอย่างไรเมื่อเป็นหนี้นอกระบบจนล้นพ้นตัว

อย่าเพิ่งตกใจหรือซ฿มเศร้าเมื่อเจอปัญหาเป็นหนี้นอกระบบจนล้นพ้นตัว อย่างแรกคือต้องตั้งสติ ตั้งใจมั่นว่าจะชำระหนี้คืนให้ได้ จากนั้นลองทำตามขั้นตอนที่เรานำมาฝากกันดูครับ

  1. ลองเจรจากับเจ้าหนี้

หากเริ่มรู้ตัวว่าภาระหนี้ที่เราแบกอยู่นั้นเริ่มหนักเกินไปจนชำระไม่ไหว จ่ายเท่าไรก็ไม่ลดลงสักทีหรือเงินชักหน้าไม่ถึงหลังแล้วจริงๆ วิธีแรกให้ลองเข้าไปเจรจากับเจ้าหนี้โดยตรงก่อน โดยพูดถึงปัญหาที่เรามี จากนั้นลองขอผ่อนผันหนี้ โดยที่เรายังต้องยืนยันด้วยความจริงใจนะครับว่าจะชำระแน่ๆ แต่เจ้าหนี้จะอนุโลมให้หรือมีน้ำใจกับเรามากน้อยแค่ไหน เรื่องนี้ก็คงต้องแล้วแต่ความสัมพันธ์ของเราและเจ้าหนี้ รวมถึงประวัติการชำระหนี้ของเราว่าที่ผ่านมาเราเป็นลูกหนี้ชั้นดีหรือไม่

  1. ขอยืมเงินญาติพี่น้องคนสนิทเพื่อมาชำระหนี้ก่อน

บางครั้งครอบครัวก็เป็นคำตอบในยามที่เราเจอปัญหา หากครอบครัวของคุณพร้อมสนับสนุน ก็อาจใช้วิธียืมเงินญาติหรือพี่น้องที่สนิทกันมาใช้หนี้นอกระบบก่อน เพราะอย่างไรคืนหนี้นอกระบบให้หมดแล้วค่อยมาผ่อนคืนพี่น้อง ย่อมดีกว่าเป็นหนี้นอกระบบอยู่แล้ว แต่หากใครไม่สะดวกจะใช้วิธีนี้ ก็ลองดูขั้นตอนต่อไปเลยครับ

  1. ขายทรัพย์สินมีค่าเพื่อหาเงินสดมาชำระหนี้

อย่าเสียดายทรัพย์สินมีค่าของตัวเอง เพราะการเป็นหนี้นั้นน่ากลัวกว่าครับ ใครที่พอมีทรัพย์สินติดตัว เช่น รถ ที่ดิน ทอง เครื่องประดับ พระเครื่อง หรือของมีค่าอื่นๆ ให้นำสิ่งของหรือทรัพย์สินเหล่านั้นไปขายเสียก่อน เพื่อนำเงินสดที่ได้มาโปะหนี้นอกระบบที่เราไปกู้หนี้ยืมสินมา หรือใครยืมญาติพี่น้องมาจ่ายหนี้ ก็ให้ใช้วิธีนี้เพื่อที่เราจะได้มีเงินก้อนไปใช้คืนคนเหล่านั้นครับ

  1. เมื่อได้เงินก้อน สิ่งแรกที่ต้องทำคือการชำระหนี้

หากเรามีเงินก้อนไม่ว่าจะจากการลงทุนหรือจากการขายทรัพย์สินมีค่าต่างๆ สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือการนำเงินก้อนเหล่านั้นมาโปะหนี้ โดยเลือกใช้หนี้ก้อนที่ดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อนเสมอ เพื่อลดทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยลง อย่านำเงินก้อนที่ได้ไปใช้จ่ายจนเพลินและลืมใช้หนี้เด็ดขาด เพราะอย่าลืมนะครับว่า จุดประสงค์ของเราเมื่อได้เงินก้อนมาก็คือ “ใช้เพื่อชำระหนี้” เมื่อปลดหนี้ได้ จะทำอะไรก็สบายใจ สบายตัว ไม่ต้องมาห่วงกังวลครับ

  1. กู้ยืมเงินจากธนาคาร และหาทางแก้ไขจากสถาบันการเงินในระบบ

ธนาคารไทยมีนโยบายและโครงการหลายๆ อย่างที่ออกมาเพื่อช่วยเหลือผู้ที่เป็นหนี้นอกระบบ รวมถึงมีวิธีหลายอย่างที่ช่วยเราแก้ปัญหาได้ เช่น

– การขอกู้สินเชื่อส่วนบุคคล: การกู้สินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อนำมาปลดหนี้นั้นเป็นวิธีที่หลายคนนิยม เพราะไม่ต้องใช้คนค้ำหรือทรัพย์ค้ำประกัน วงเงินกู้สูงเพียงพอที่เราจะนำมาปลดหนี้นอกระบบได้ แม้ดอกเบี้ยจะสูง แต่อย่างไรก็ไม่สูงเท่ากับหนี้นอกระบบแน่นอนครับ ดังนั้นการก็สินเชื่อส่วนบุคคลจึงเป็นวิธีหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคนที่มีรายได้ประจำและมีเครดิตที่ดีอยู่บ้าง

– ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อกู้สินเชื่อ:การกู้เงินโดยใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันนั้นทำให้เราได้รับอนุมัติเงินกู้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น ดอกเบี้ยอาจจะไม่สูงเท่าแบบแรก ทำให้ช่วยลดภาระหนี้ลงได้มาก แต่ก็ต้องชำระเงินคืนอย่างมีวินัยเพราะเราใช้ทรัพย์สินของเราไปค้ำประกันไว้ครับ

– การสมัครเข้าร่วมโครงการสินเชื่อช่วยเหลือหนี้นอกระบบตามโครงการรัฐ: ปัจจุบันในแต่ละปีธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (หรือธ.ก.ส.) นั้น ได้มีโครงการสินเชื่อเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉินสำหรับผู้มีรายได้น้อยเพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบออกมาโดยเฉพาะ ถือเป็นโครงการที่ดีสำหรับใครที่อยากปลดหนี้นอกระบบและมาชำระหนี้กับทางธนาคารรัฐแทนครับ

5 ขั้นตอน สู่การปลดหนี้    

การเป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องสนุก แต่สิ่งที่ตามมาคือความเครียด ความวิตกกังวล สร้างความทุกข์และความวุ่นวายใจในการชีวิตประจำวันอย่างมาก แต่หากใครต้องการปลดหนี้จริงๆก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของคุณครับ เพราะในวันนี้เรามี5 ขั้นตอนที่จะมาช่วยปลดหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นแนวทางเล็กๆน้อยๆ สำหรับคนที่กำลังมองหาแนวทางการปลดหนี้ รับรองว่าหากทำตามเคล็ดลับการปลดหนี้ทั้ง 5 ขั้นตอนที่เรานำมาฝากอย่างตั้งใจแล้ว คุณเองก็สามารถปลดหนี้ได้แน่นอนครับ

  1. ยอมรับสภาพปัญหาที่ตัวเองกำลังเผชิญ

ขั้นตอนแรกของการปลดหนี้ก็คือ เราต้องทำใจยอมรับสภาพหนี้ที่เกิดขึ้น หันมาเผชิญความจริงถึงหนี้แต่ละก้อนที่เราต้องชำระคืน เพื่อให้เราสามารถมองภาพรวมของปัญหาที่เกิดขึ้นและเพื่อหาทางแก้ไขที่เหมาะสมที่สุด อย่าใช้วิธีหนีปัญหา เพราะยิ่งเราหนีปัญหาและไม่ยอมรับหนี้ที่เราก่อขึ้นมา หนี้แต่ละก้อนก็จะยิ่งพอกพูน นอกจากนี้การไม่ยอมรับความจริงยิ่งทำให้เราไม่สามารถวางแผนเพื่อจัดการชำระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลที่ตามมาก็คือหนี้ที่ไม่สิ้นสุดนั่นเองครับ

  1. ตั้งเป้าหมายการชำระหนี้ให้ชัดเจน

การตั้งเป้าหมายการชำระหนี้ คือการแบ่งหนี้ออกเป็นก้อนย่อยๆ โดยเลือกแบ่งตามลำดับความสำคัญว่าเราต้องชำระหนี้อะไรก่อน เช่น หนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยสูง หนี้บัตรเครดิตที่ดอกเบี้ยสูงแต่เมื่อจ่ายแล้วจะคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เป็นต้น การแบ่งหนี้ออกเป็นก้อนจะทำให้เรามองเห็นความสพคัญของหนี้แต่ละก้อนและเลือกได้ว่าจะต้องเคลียร์ก้อนไหนก่อน

  1. อย่าละเลยการติดต่อเจ้าหนี้

การเป็นนหี้ไม่ได้หมายความว่าเราต้องหายหน้าหายตาไปจากเจ้าหนี้นะครับ โดยเฉพาะผู้ที่กู้ยืมหนี้จากนอกระบบหรือหนี้บัตรเครดิต ควรชำระหนี้อย่างสม่ำเสมอ ไม่หายไปหรือหนีหนี้ไปโดยตามตัวไม่ได้ หากมีปัญหาต้องชำระหนี้ล่าช้าอาจเลือกใช้วิธีการเข้าไปพูดคุยกับเจ้าหนี้ตรงๆ ดีกว่าการหายไปและไม่ชำระหนี้เพราะการหายไปอาจทำให้เราเสียประวัติได้ครับ

  1. เมื่อได้เงินก้อน ต้องจ่ายหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน

เมื่อเราได้เงินก้อนมาแล้ว ซึ่งเงินก้อนนี้อาจได้มาโดยวิธีใดก็ได้ที่ไม่ใช่กดนำบัตรเครดิตมาหมุนจ่ายหนี้เพราะเราจะเป็นหนี้ไม่จบสักที โดยเงินก้อนที่ได้นั้นเราต้องนำมาโปะหนี้ยอดที่ดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน เพื่อให้ทั้งดอกและเงินต้นของหนี้ก้อนนั้นลดลงเร็วที่สุด เป็นการป้องกันไม่ให้หนี้พอกพูนขึ้น และทำให้หนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงลดลง เป็นการลดภาระหนี้ที่หนักที่สุดก่อนนั่นเอง

  1. เมื่อปลดหนี้ได้แล้ว พยายามอย่ากลับไปเป็นหนี้อีก

จริงๆ แล้ววิธีปลดหนี้นั้นก็คล้ายกับวิธีแก้ปัญฆาเรื่องอื่นๆ ในชีวิต นั่นคือเป็นปัญหาที่ต้องใช้ความอดทนและความมุ่งมั่นในระยะยาว โดยเริ่มจากการปรับแนวคิดใหม่ จากนั้นจึงตั้งใจทำตามวิธีปลดหนี้ โดยปัจจัยสำคัญก็คือต้องเปลี่ยนพฤติกรรมและการใช้ชีวิต รวมถึงวินัยทางการใช้เงินของเราครับ อย่าลืมนึกอยู่เสมอว่าอะไรที่จะสร้างหนี้ให้เรา การใช้จ่ายสิ่งไหนที่จะสร้างความปวดหัวให้เราต้องเครียดก็อย่าทำอีก เราต้องเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า กว่าจะผ่านช่วงเวลายากลำบากของการปลดหนี้มาได้นั้นเราต้องเหนื่อยและต้องอดทนขนาดไหน ดังนั้นพยายามอย่ากลับไปเป็นหนี้อีกจึงจะเป็นเรื่องดีที่สุดครับ

เคล็ดลับการใช้บัตรเครดิตแบบมีวินัยไม่เป็นหนี้

การมีบัตรเครดิตนั้นเป็นอีกหนึ่งอิสระทางการเงินและตัวช่วยอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตของเราในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน การสะสมแต้มแลกของรางวัล การได้เครดิตเงินคืน ไปจนถึงการผ่อนชำระสินค้าต่างๆ ตามที่บัตรแต่ละใบร่วมรายการ แต่อย่างไรก็ตามการใช้บัตรเครดิตที่ดีที่สุดคือการใช้อย่างชาญฉลาด มีวินัย และไม่เป็นหนี้บัตรเครดิตนั่นเองครับ

แต่คำถามก็คือ ใช้บัตรเครดิตอย่างไรจึงจะเป็นการใช้บัตรที่ฉลาดและไม่ต้องเสี่ยงกับการเป็นหนี้บัตรเครดิตล่ะ? วันนี้เรามีเคล็ดลับ 7 ข้อ ในการใช้บัตรเครดิตอย่างมีวินัยและไม่เป็นหนี้มาฝากครับ

เคล็ดลับ 7 ข้อ ในการใช้บัตรเครดิตอย่างมีวินัยและไม่เป็นหนี้

  1. ชำระหนี้บัตรเครดิตให้ตรงเวลา โดยชำระตามขั้นต่ำหรือถ้าจะให้ดี ต้องสามารถชำระหนี้ทั้งหมดในรอบบิลนั้นๆ ได้เพราะจะช่วยให้เรามีประวัติการชำระหนี้บัตรเครดิตที่ดีและยังเป็นการลดดอกเบี้ยที่อาจเพิ่มขึ้นมาได้อีกด้วย
  2. ลองใช้เทคนิคการชำระหนี้บัตรเครดิตแบบขั้นบันได คือ จ่ายหนี้บัตรเครดิตให้สูงขึ้นทุกๆ3 เดือน วิธีนี้นอกจากจะเป็นการลดความเสี่ยงที่เราจะเป็นหนี้บัตรเครดิตแล้ว ยังช่วยให้เราไม่เป็นหนี้ระยะยาวอีกทั้งยังช่วยลดดอกเบี้ยและเงินต้นที่ต้องชำระไปพร้อมกัน
  3. อ่านรายละเอียดและทำความเข้าใจบัตรเครดิตใบที่เราสนใจก่อนสมัครหรือก่อนเปิดใช้งานบัตรเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าธรรมเนียมรายปีการขอเวฟค่าธรรมเนียมรายปี ระยะเวลาการผ่อนชำระ ระยะเวลาการปลอดดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยที่เราต้องชำระทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันการสูญเสียเงินในบัตรมากกว่าความเป็นจริงและเพื่อให้เราสามารถตรวจสอบยอดเงินต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง
  4. เมื่อเราใช้จ่ายด้วยการรูดบัตรเครดิต อย่าลืมเก็บใบเสร็จต่างๆ เอาไว้ทุกครั้งเพื่อใช้สำหรับตรวจสอบยอดกับใบเสร็จเรียกเก็บเงินจากทางบัตรเครดิต เพื่อให้เราสามารถเช็กได้ว่ายอดที่เกิดขึ้นตรงตามความเป็นจริงหรือไม่
  5. อย่าใช้เงินเกินวงเงิน แต่ควรเหลือวงเงินเอาไว้เผื่อเป็นเงินสำรองในยามฉุกเฉินด้วยทุกครั้ง อาจกำหนดว่าจะไม่ใช้เงินเกิน 50% ของวงเงิน เป็นต้น
  6. เมื่อเจอสินค้าที่ถูกใจแต่ต้องรูดบัตรเพื่อผ่อนชำระ อย่าเพิ่งตัดสินใจรูดบัตรทันที แต่ควรนำรายละเอียดการผ่อนชำระ ราคาของสินค้า และอัตราดอกเบี้ยเมื่อเรารูดบัตรเพื่อผ่อนสินค้าชิ่นนั้นๆมาคำนวณดูก่อนว่าคุ้มค่ากับจ่ายด้วยวิธีการผ่อนชำระหรือไม่ เพราะเราอาจต้องเสียดอกเบี้ยที่มากกว่าความเป็นจริง หรือจ่ายเงินมากกว่าซื้อแบบเงินสดนั่นเอง
  7. หากใครใช้บัตรเครดิตแบบคะแนนสะสม อย่าลืมตรวจสอบคะแนนรายปีของเราด้วยเพราะสถาบันการเงินบางแห่งอาจกำหนดว่าคะแนนที่ใช้ได้นั้นมีอายุแค่ 1 ปีเท่านั้น ไม่ควรเก็บคะแนนสะสมไว้จนหมดอายุ แต่ให้นำออกมาใช้เสมอเพื่อความคุ้มค่าที่สุด

หนี้สินที่เกิดขึ้นก่อนแต่งและหลังแต่งเป็นของใคร

เมื่อพูดถึงเรื่องการแต่งงานย่อมเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตคู่ แต่ชีวิตคู่นอกจากจะมาพร้อมความรับผิดชอบในชีวิตประจำวันร่วมกันแล้ว เรื่องของเงินๆ ทองๆ หรือทรัพย์สินเองก็เช่นกันครับ โดยบางคนอาจยังสงสัยว่าหนี้สินที่เกิดขึ้นช่วงก่อนแต่งงานและหลังแต่งงานเป็นของใคร มีเกณฑ์การแบ่งแยกยังไง วันนี้มาหาคำตอบไปกับบทความของเรากันครับ

หนี้สินที่เกิดขึ้นก่อนแต่งงาน

หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีหนี้สินติดตัวมาก่อนจดทะเบียนสมรส ไม่ว่าจะเป็นหนี้บ้าน หนี้บัตรเครดิต หรือหนี้จากการทำธุรกิจต่างๆเมื่อทำการจดทะเบียนสมรสกันแล้ว หนี้ส่วนนี้ไม่เกี่ยวกับคู่สมรสอีกฝ่าย ทำให้อีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบภาระชำระหนี้ เช่น ก่อนจดทะเบียนสมรส ฝ่ายหญิงได้ขอสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อนำมาทำธุรกิจส่วนตัว หลังจากนั้น ธุรกิจดำเนินไปได้ไม่ดี กิจการปิดตัวลงทำให้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ หากเกิดกรณีนี้ขึ้นธนาคารที่เป็นเจ้าหนี้จะไปทำการเรียกร้องหนี้ส่วนนี้จากสินส่วนตัวของฝ่ายหญิง และหากสินส่วนตัวไม่เพียงพอก็จะไปเรียกร้องจากสินสมรสของฝ่ายหญิงเพิ่มด้วย  โดยที่ฝ่ายชายไม่ต้องรับผิดชอบภาระหนี้ส่วนนี้ นั่นก็เพราะเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนจดทะเบียนสมรส จึงไม่ติดพันเป็นภาระมาถึงอีกฝ่ายนั่นเองครับ

หนี้สินที่เกิดขึ้นหลังแต่งงาน

ถึงจะเป็นหนี้สินที่เกิดขึ้นหลังการแต่งงานหรือหลังการจดทะเบียนสมรส แต่โดยปกติจะเป็นหนี้ส่วนตัวที่เกิดขึ้นก็จะคล้ายกับกรณีของหนี้สินที่เกิดขึ้นก่อนจดทะเบียนสมรส นั่นคือหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก่อภาระหนี้และไม่สามารถจ่ายชำระหนี้ก้อนนั้นได้ ก็จะต้องนำสินส่วนตัวมาชำระหนี้ และถ้าสินส่วนตัวไม่เพียงพอ ก็ต้องนำสินสมรสส่วนของตัวเองมาชำระหนี้ต่อไป  แต่อย่างไรก็ตามมีหนี้สินอยู่ 4 ประเภท ที่จะเข้ามาเป็นหนี้ร่วมทั้งสองฝ่าย คือ ไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ก่อหนี้ ทั้งสองฝ่ายก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน นั่นคือ

  1. หนี้สินที่เกี่ยวของกับสินสมรส เช่น หากสามีกู้ยืมเงินเพื่อมาต่อเติมบ้านโดยที่บ้านหลังนี้เป็นสินสมรส หนี้ก้อนนี้จะถือว่าเป็นหนี้ร่วมกัน ดังนั้นฝ่ายภรรยาก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย
  2. หนี้สินที่เกิดจากการจัดการบ้านเรือนและสิ่งจำเป็นในครอบครัว เช่น หนี้สินที่เกี่ยวกับการเลี้ยงดู การรักษาพยาบาลคนในครอบครัว หนี้ที่เกิดจากการศึกษาของบุตร เป็นต้น
  3. หนี้สินจากอาชีพการงานที่คู่สมรสทำร่วมกันเช่น หากสามีภรรยาทำธุรกิจร่วมกัน ทั้งคู่ต้องรับผิดชอบภาระหนี้จากการทำธุรกิจร่วมกัน แม้ว่าชื่อของลูกหนี้จะเป็นชื่อของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ตาม แต่ตามความเป็นจริงทั้งสองฝ่ายต้องรับผิดชอบหนี้ร่วมกัน
  4. หนี้สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ฝ่ายเดียว แต่อีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบัน โดยการให้สัตยาบันจะทำให้หนี้นั้นกลายเป็นหนี้ร่วมที่ทั้ง 2 ฝ่ายต้องรับผิดชอบร่วมกัน

วิธีการปลดหนี้ทั้งหนี้บัตรเครดิตและหนี้เงินกู้นอกระบบที่เรานำมาฝากในวันนี้ รวมถึงความรู้เรื่องหนี้ของคู่แต่งงานนั้นเป็นแนวทางคร่าวๆ ที่เราหวังว่าจะช่วยให้คนที่กำลังมีปัญหาเรื่องการผ่อนชำระหนี้ หรือผู้ที่กำลังมืดแปดด้านว่าจะเริ่มจ่ายหนี้หรือโปะหนี้ที่ล้นพ้นตัวอย่างไรดี มีแนวทางหรือสามารถนำเคล็ดลับและเทคนิคเหล่านี้ไปใช้งานกับการชำระหนี้ของตัวเองได้นะครับ

อย่างไรก็ตามเมื่อเราเป็นหนี้ขึ้นมาแล้ว สิ่งแรกที่เราต้องทำก็คือพยายามหาทางชำระหนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อลดภาระหนี้สินที่อาจตามมาในอนาคต นอกจากนี้อย่าลืมหลีกเลี่ยงหนี้นอกระบบให้ไกล เพราะเป็นหนี้ที่ทำให้เราต้องเสี่ยงกับการเกิดภาระใหญ่ๆ มากที่สุด ดอกเบี้ยสูงที่สุด อีกทั้งยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองกรณีเรากู้ยืมหนี้นอกระบบด้วยครับ เพราะฉะนั้นการเป็นหนี้นั้นไม่ใช่เรื่องผิด แต่เมื่อเกิดหนี้ขึ้นมาแล้ว ต้องรู้จักบริหารหนี้สินให้ดี พร้อมทั้งชำระหนี้ตามกำหนดเพื่อรักษาเครดิตและลดภาระหนี้ลงให้มากที่สุด หากการชำระด้วยรายรับของเราไม่เพียงพอ ก็ต้องตั้งสติ วางแผน และปรึกษากับสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้ เช่น ธนาคารรัฐ หรือธนาคารเอกชน เพื่อหาแนวทางการรวมหนี้เป็นก้อนเดียวและชำระหนี้ต่อไปตามกำหนด

หากเรามีวินัย กล้าเผชิญปัญหาที่เกิดขึ้น และหมั่นชำระหนี้ตามที่ได้วางแผนเอาไว้ ต้องมีสักวันที่เราสามารถปลดหนี้ได้อย่างแน่นอนครับ